การกตัญญูรู้คุณพ่อแม่หรือญาติพี่น้องทำให้ครอบครัวเรามีความสุขมากยิ่งขึ้นจริงหรือไม่

ความกตัญญู คือ การสำนึกรู้คุณต่อสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา ทั้ง อาหาร อากาศ น้ำดื่ม หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เรากำลังสวมใส่ ส่วนการกตัญญูรู้คุณต่อ พ่อ-แม่หรือญาติพี่น้อง เป็นรูปแบบที่เราสามารถนำมาอธิบายให้เห็นได้ภาพอย่างเด่นชัดมากที่สุด แน่นอนว่า ความกตัญญูเป็นเรื่องดี เป็นเครื่องมือที่ใช้แสดงถึงความเป็นคนดี แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งอันทำให้ครอบครัวของเรามีความสุขมากยิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยซึ่งช่วยถักทอสายใยรัก ให้มีความเข้มแข็งกว่าเดิม

แต่ทั้งนี้การกตัญญูต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ข้อหนึ่ง คือ ‘ความพอดี’ ความพอดีคือการกระทำโดยเราไม่เดือดร้อน ทั้งจิตใจและทรัพย์สิน การกตัญญู ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเราต้องใช้สมองในการไตร่ตรองและพิจารณาเป็นกรณีไป ว่าทำอย่างไรจึงจะอยู่ในความพอดี ครอบครัวบนโลกนี้ ไม่ได้มีรูปแบบตายตัว เหมือนกันไปหมด เช่น ครอบครัว 1 เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ แต่ครอบครัว 2 กลับยืนอยู่ในทางตรงกันข้าม เพราะฉะนั้นถ้าจะให้คนที่มาจากครอบครัว 2 แสดงความกตัญญู เหมือนครอบครัว 1 ทุกเรื่องก็ดูเป็นการยาก

ความกตัญญู ต้องมาจากการกระทำด้วยใจจริง ไม่ใช่เกิดจากการทวงบุญคุณหรือกดขี่อีกฝ่าย จนเกิดความทุกข์ขึ้นมาภายในจิตใจ และกระทำตามคำสั่งด้วยความตะขิดตะขวง แน่นอนว่า เราทุกคนล้วนมีความปรารถนาให้พ่อ-แม่มีสุขภาพดี ชีวิตดีๆกันทั้งนั้น และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ความกตัญญู ก็จัดเป็นรูปแบบหนึ่งของชีวิตที่ใครๆ ต่างก็พึงปฏิบัติด้วยกันทั้งสิ้น รวมทั้งการถูกปลูกฝังความกตัญญูมาตั้งแต่ยังเล็กๆ จึงทำให้เราไม่อาจลืมพ่อแม่ไปได้

แต่เป็นเรื่องจริงอันน่าเศร้า ที่พ่อ-แม่หลายครอบครัว เห็นลูกเป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องการคืนทุนในภายหลัง ส่งผลให้ลูกหลานรู้สึกติดหนี้ ใครเคยช่วยก็ต้องตอบแทนกลับ ต่อให้เขาทำไม่ดีกับเราขนาดไหนก็ตาม จนกลายเป็นความวิตกกังวล เพราะความคาดหวังระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ ไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนอย่างแน่นอน ต่อมาเมื่อถึงจุดหนึ่งความสัมพันธ์ก็จะถึงคราวสะบั้น แน่นอนว่า ความกตัญญูเป็นเรื่องที่ดี แต่มันไม่ใช่ข้ออ้างหรือคำแก้ตัวในการผลักภาระให้คนอื่นเท่านั้น ถ้าคุณมีครอบครัวดี อบอุ่น มีความรักให้แก่กัน จงตอบแทนไปเถอะ ตอบแทนเท่าที่คุณสามารถทำได้ โดยไม่เดือดร้อน แต่สำหรับคนมีครอบครัวอันแสนปวดร้าว ก็ควรใช้สมองไตร่ตรองในการตอบแทนแต่ล่ะครั้ง ให้อยู่ในความสมเหตุสมผล ถ้าคุณคิดว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว จงอย่าไปหวั่นเกรงคำพูดใดๆจากใครอีกเลย